Game of Thrones
Series B2 2011 Drama, Fantasy, Adventure

Game of Thrones

"Game of Thrones" เป็นซีรีส์แฟนตาซีดราม่าที่เล่าเรื่องการต่อสู้แย่งชิงบัลลังก์เหล็กในดินแดนเวสเทอรอส ระหว่างตระกูลขุนนางที่เต็มไปด้วยแผนการหักหลังและศึกครั้งใหญ่ ขณะเดียวกันภัยคุกคามจากปีศาจน้ำแข็งก็กำลังคืบคลานเข้ามา ซีรีส์นี้อุดมไปด้วยบทสนทนาที่ใช้ภาษาแบบกึ่งโบราณและศัพท์ทางการเมืองการทหาร ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษที่ต้องการพัฒนาทักษะการฟังและคำศัพท์ระดับ B2 บนแพลตฟอร์ม SaveWordly คำศัพท์จาก "Game of Thrones" มีทั้งหมด 5,122 คำ โดยระดับ CEFR ที่โดดเด่นคือ B2 คิดเป็น 2,988 คำ (58%) ตามด้วย C1 จำนวน 1,006 คำ (20%) B1 796 คำ (16%) A2 180 คำ (4%) และ C2 152 คำ (3%) ทำให้ความยากโดยรวมอยู่ที่ระดับ B2 ผู้เรียนสามารถใช้ SaveWordly บันทึกคำศัพท์ที่เจอในแต่ละตอน สร้างแฟลชการ์ดส่วนตัว และฝึกพูดกับ AI Tutor ที่จำลองบทสนทนากับตัวละครในเรื่องได้แบบโต้ตอบ ไม่ว่าจะเป็นการถามตอบเชิงกลยุทธ์กับ Tywin Lannister หรือการเจรจากับ Daenerys Targaryen ซีรีส์นี้เหมาะกับผู้เรียนระดับกลางที่ต้องการเพิ่มคลังศัพท์เฉพาะทางและปรับสำเนียงให้คุ้นเคยกับสำเนียงอังกฤษและไอริชหลากหลายแบบ รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบเนื้อหาเข้มข้นและต้องการฝึกภาษาอังกฤษผ่านบริบทที่สมจริง

SaveWordly ทำงานอย่างไร

📚
บันทึกคำศัพท์

เรียกดูรายการคำศัพท์และบันทึกคำที่ไม่รู้ไว้ในรายการส่วนตัวของคุณ

🃏
เรียนด้วย Flashcard

เรียนคำศัพท์ก่อนดู — เพื่อให้ไม่มีอะไรรบกวนขณะเพลิดเพลินกับซีรีส์

🗣️
คุยกับ AI

หลังจากดูแล้ว ฝึกพูดเกี่ยวกับสิ่งที่ดูกับครูสนทนา AI ของเรา

5,122 คำ
A2
180
B1
796
B2
2,988
C1
1,006
C2
152
Game of Thrones

ทำไม "Game of Thrones" ถึงเหมาะสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ?

"Game of Thrones" (2011) ไม่ใช่แค่ซีรีส์ดราม่าแฟนตาซีที่สนุก แต่ยังเป็นเครื่องมือเรียนภาษาอังกฤษที่ทรงพลังอีกด้วย บทสนทนาในเรื่องมีความเข้มข้น หลากหลายสถานการณ์ ทั้งการเมือง การต่อสู้ การเจรจา และความสัมพันธ์ ทำให้ผู้เรียนได้ฟังภาษาอังกฤษธรรมชาติจากเจ้าของภาษา นอกจากนี้ยังมีบริบททางวัฒนธรรมของโลกสมมติที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ยุโรป ช่วยให้เข้าใจสำนวนและคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตจริงมากขึ้น ซีรีส์มีทั้งหมด 2 ซีซัน 20 ตอน ความยาวพอดีที่ไม่นานเกินไปสำหรับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

ระดับคำศัพท์ใน "Game of Thrones" อยู่ที่เท่าไร?

จากการวิเคราะห์คลังคำศัพท์ (Vocabulary Corpus) ของบทในซีรีส์ พบว่ามีคำศัพท์ทั้งหมด 5122 รายการ โดยระดับเด่นคือ B2 (ระดับปานกลาง-สูง) ซึ่งคิดเป็น 58% ของคำศัพท์ทั้งหมด นี่คือตารางแยกตามระดับ CEFR ที่คุณควรรู้:

ระดับ A2: 180 คำ (4%)
ระดับ B1: 796 คำ (16%)
ระดับ B2: 2988 คำ (58%)
ระดับ C1: 1006 คำ (20%)
ระดับ C2: 152 คำ (3%)

ความหมายสำหรับผู้เรียนคือ หากคุณมีพื้นฐานระดับ B1 ขึ้นไป (สามารถสนทนาทั่วไปและเข้าใจบทความง่าย ๆ ได้) คุณจะเจอคำศัพท์ที่ท้าทายแต่ไม่เกินความสามารถ โดยเฉพาะคำศัพท์ B2 ซึ่งเป็นระดับที่ใช้ในชีวิตประจำวันและข่าวสารทั่วไป เมื่อคุณดูซีรีส์จบคุณจะคุ้นเคยกับคำศัพท์ระดับนี้จำนวนมาก และได้สัมผัสคำศัพท์ C1 (20%) ที่ช่วยให้คุณอ่านงานวิชาการหรือพูดในบริบททางการได้ดีขึ้น

ภาษาอังกฤษใน "Game of Thrones" มีสไตล์แบบไหน?

เสียงสำเนียงที่ได้ยินในซีรีส์เป็น British English หลากหลายรูปแบบ ทั้งสำเนียงอังกฤษมาตรฐาน (Received Pronunciation) และสำเนียงท้องถิ่น (เช่น Northern English, Scottish) ทำให้ผู้เรียนคุ้นเคยกับสำเนียงที่แตกต่างกัน การใช้ภาษาในเรื่องมีความผสมผสาน: มีทั้งภาษาทางการแบบราชสำนัก ภาษากึ่งทางการเมื่อพูดคุยระหว่างขุนนาง และภาษาพูดของตัวละครระดับล่าง รวมถึง สแลง บางคำ เช่น “m'lord” หรือ “bastard” แต่ไม่มากเกินไป นอกจากนี้ยังมี phrasal verbs (เช่น “come upon”, “hold on”) และ idioms (เช่น “a wolf in sheep's clothing”, “the night is dark and full of terrors”) ที่เป็นประโยชน์ จังหวะการพูดของตัวละครส่วนใหญ่จะชัดเจนและไม่เร็วเกินไป ทำให้ผู้เรียนระดับ B1–B2 สามารถตามทันได้

ใช้ SaveWordly เรียน "Game of Thrones" ยังไง?

SaveWordly เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณเรียนรู้คำศัพท์จากซีรีส์และภาพยนตร์โดยเฉพาะ วิธีใช้กับ Game of Thrones:

1. บันทึกคำศัพท์ก่อนดู – เปิดบทสนทนาของแต่ละตอนใน SaveWordly แล้วเลือกคำศัพท์ที่คุณไม่รู้ (เช่น “sword”, “throne”, “oath”) เพื่อบันทึกไว้ในคลังส่วนตัว

2. ทบทวนด้วย Flashcard – หลังจากบันทึกคำแล้ว SaveWordly จะสร้าง Flashcard แบบภาพและประโยคตัวอย่างจากฉากจริง ช่วยให้คุณจำบริบทได้ดี

3. ฝึกพูดด้วย AI – หลังจากดูแต่ละตอน ให้ใช้ฟีเจอร์ AI Speaking Practice เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อเรื่องหรือเล่าสรุปด้วยเสียงของคุณเอง AI จะตรวจสอบการออกเสียงและไวยากรณ์ให้คุณทันที

วิธีนี้ช่วยให้คุณเปลี่ยนจาก "ดูเฉย ๆ" มาเป็น "เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ" โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดพจนานุกรมระหว่างดู

หลังจากดู "Game of Thrones" จบจะเก่งระดับไหน?

จากข้อมูลคำศัพท์ที่กล่าวมา หากคุณดูครบ 2 ซีซัน (20 ตอน) และใช้ SaveWordly ควบคู่ คุณจะ:

– ได้เรียนรู้คำศัพท์ระดับ B2 มากกว่า 2,900 คำ (58% ของทั้งหมด) ทำให้สามารถเข้าใจบทความข่าว บทสนทนาทั่วไป และสื่อภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้น

– เพิ่มคลังคำศัพท์ระดับ C1 อีกกว่า 1,000 คำ (20%) ซึ่งเป็นระดับที่จำเป็นสำหรับการสอบ IELTS หรือ TOEFL หรือการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

– พัฒนาความเข้าใจสำเนียง British English และสำนวนที่ใช้ในชีวิตจริง แม้บางคำศัพท์จะเฉพาะเจาะจงกับโลกแฟนตาซี แต่โครงสร้างประโยคและวิธีการพูดก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

สรุป: หากคุณมีพื้นฐาน B1 เมื่อเริ่มดู หลังจากจบ Game of Thrones คุณจะก้าวไปถึงระดับ B2+ หรือเกือบ C1 เลยทีเดียว ลองเริ่มวันนี้ด้วยการเปิดตอนแรกพร้อม SaveWordly แล้วคุณจะเห็นความแตกต่าง

ระดับภาษาอังกฤษของตัวละคร Game of Thrones สำหรับผู้เรียนภาษา

Tyrion Lannister

Tyrion Lannister มีระดับภาษาอังกฤษ C2 สำเนียงบริติช พูดเร็วและเฉียบคม เหมาะสำหรับผู้เรียนระดับสูงที่ต้องการฝึกฟังสำเนียงอังกฤษแบบเร็วและคำศัพท์ซับซ้อน

Jon Snow

Jon Snow มีระดับภาษาอังกฤษ B1 สำเนียงบริติชเหนือ พูดด้วยความเร็วปานกลาง เหมาะสำหรับผู้เรียนระดับกลางที่ต้องการฝึกฟังสำเนียงท้องถิ่นและคำศัพท์พื้นฐาน

Daenerys Targaryen

Daenerys Targaryen มีระดับภาษาอังกฤษ C1 สำเนียงบริติช พูดด้วยความเร็วปานกลางและชัดเจน เหมาะสำหรับผู้เรียนระดับสูงที่ต้องการฝึกฟังสำเนียงมาตรฐานและโครงสร้างประโยคซับซ้อน

Cersei Lannister

Cersei Lannister มีระดับภาษาอังกฤษ C2 สำเนียงบริติช พูดช้าและมีน้ำหนัก เหมาะสำหรับผู้เรียนที่ต้องการฝึกฟังสำเนียงอังกฤษแบบชัดถ้อยชัดคำและศัพท์ระดับสูง

Jaime Lannister

Jaime Lannister มีระดับภาษาอังกฤษ C1 สำเนียงบริติช พูดด้วยความเร็วปานกลาง เหมาะสำหรับผู้เรียนระดับสูงที่ต้องการฝึกฟังสำเนียงมาตรฐานและบทสนทนาที่มีความขัดแย้งทางอารมณ์

Top Words

📋 Top 100 Words